วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ประหยัดพลังงาน ด้วยหลอด LED

หลอด LED ประหยดพลังงาน

หลอด LED ทนจริงหรือไม่ ทำไมจึงเสียเร็ว? ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าของหลอด LED ทำให้มีอายุการใช้งาน 15,000-50,000 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่าหลอดไส้ หลอดตะเกียบ ที่มีอายุการใช้งานที่ 1000 ชั่งโมง และ 6000 ชั่วโมง ตามลำดับ
LED E2730062558
สำหรับหลอด LED ที่ได้รับการรับรองฉลาก เบอร์ 5 ต้องมีการใช้งานยาวนานไม่น้อยกว่า 15,000 ชั่วโมง
Table-30062558
          อย่างไรก็ตาม กรณีที่หลอด LED เสียเร็ว อาจพบได้กับหลอด LED ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือนำไปใช้งานไม่เหมาะสม ดังนั้นในการเลือกซื้อหลอด LED สิ่งแรกที่ต้องดูคือ มีเครื่องหมาย มอก. หรือไม่ และที่สำคัญต้องมีฉลากเบอร์ 5 ติดรับรอง เพื่อมั่นใจว่า หลอดLED ที่ซื้อใช้งานได้ยาวนานและประหยัดไฟฟ้า

          สำหรับการนำไปใช้งานที่ถูกต้องก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราใช้งาน หลอด LED ได้ทนทานยาวนาน กว่าเช่น ไม่นำไปใช้ในโคมปิดทำให้เกิดความร้อนสะสม จนหลอดเสื่อมสภาพก่อนกำหนด หากเป็นหลอดที่ได้มาตรฐาน แต่เสียเร็ว ผู้ผลิตมีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบในการเปลี่ยนหลอดใหม่ให้แก่ลูกค้า
               หลอด LED มีความคงทนกว่าหลอดไส้และหลอดตะเกียบ เพราะมีเพียงชิบตัวเล็กๆ ที่ให้ไฟฟ้าวิ่งผ่าน และเปล่งแสงออกมาได้ในทางตรง ไม่ฟุ้งกระจายหรือสูญเสียแสงไปในพื้นที่ๆ ไม่ต้องการเหมือนหลอดประเภทอื่น มีระดับแสงสว่างและความถูกต้องของเฉดสีที่สม่ำเสมอ ไม่มีสารปรอททำให้ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

หากเราจะเลือกใช้งานแทนหลอดเดิมสามารถเลือกได้ตามตาราง
Table2-30062558
         ในปัจจุบัน กฟผ. กำลังเร่งรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้หลอด LED ที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากสามารถก่อให้เกิดผลการประหยัดพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง กฟผ. ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการจำนวน 8 ราย ลดราคาหลอด LED ชนิด Bulb ในราคาพิเศษ และบรรจุลงในกล่อง กฟผ. พร้อมประสานงานการจัดจำหน่ายผ่านผู้จัดจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดการจำหน่ายประมาณ 500,000 หลอด
         สำหรับหลอด LED ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังได้รับกระแสตอบรับทั่วโลก ทั้งยังสามารถนำมาใช้งานแทนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างปัจจุบันได้ทุกชนิด พอจะสรุปเป็นข้อได้เปรียบกว่าหลอดเทคโนโลยีเดิมคือ
Table3-30062558


วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ความเข้าใจเกี่ยวกับ ไฟฟ้าสำรองของประเทศ

         ความเข้าใจและข้อมูลที่ไม่ตรงกันเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2015) ทำให้สมมุติฐานและข้อสรุปที่ได้แตกต่างกัน จากข้อมูลของนักวิชาการบางท่าน ระบุ ว่า กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศจะสูงถึง 42 – 63 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 20 ปีข้างหน้า แต่จาก PDP2015 กำลังผลิตผลิตสำรองไฟฟ้าของประเทศในช่วงปี 2559 – 2579 จะอยู่ระหว่าง ร้อยละ 15 – 39
          ความคาดเคลื่อนในชุดของข้อมูลดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจาก วิธีการคำนวณปริมาณไฟฟ้าสำรองที่แตกต่างกัน ซึ่งนักวิชาการบางท่าน ใช้กำลังผลิตติดตั้ง หรือกำลังผลิตตามสัญญา มาหักลบด้วยพยาการณ์ความต้องการสูงสุด ขณะที่ข้อเท็จจริงของการจัดทำ PDP รวมทั้ง PDP2015 ใช้กำลังผลิตพึ่งได้ของระบบไฟฟ้ามาเป็นฐานในการคำนวณ
ทำไมจึงคำนวณไฟฟ้าสำรองด้วยกำลังผลิตพึ่งได้
          เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าสูงสุด มักเกิดในช่วงเวลา 14.00 น. – 15.00 น. ในเดือนเมษายนของทุกปี หากระบบไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับได้ การวางแผนระบบไฟฟ้า จึงต้องนำกำลังผลิตไฟฟ้าที่พึ่งได้ของโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระบบ ในเวลานั้น มาเป็นฐานในการคำนวณไฟฟ้าสำรอง
          จากการศึกษาของคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ในเวลาดังกล่าว Glossary Link โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ เป็นโรงไฟฟ้าที่มีความพึ่งได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เป็นช่วงเวลาที่เขื่อนมีน้ำน้อย โรงไฟฟ้าพลังน้ำจึงมีความพึ่งได้เฉลี่ยร้อยละ 36 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พึ่งได้ร้อยละ 35 เพราะเป็นช่วงที่มีแดดแรง แต่กังหันลมมีความพึ่งได้เพียงร้อยละ 2 เป็นต้น
การคำนวณกำลังผลิตสำรอง
การคำนวณกำลังผลิตสำรอง
          ทั้งนี้ กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองควรมีอย่างน้อยร้อยละ 15 ของกำลังผลิตพึ่งได้ ตามมาตรฐานความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากกำลังผลิตพึ่งได้จะต้องรองรับแผนการซ่อมบํารุงรักษาโรงไฟฟ้า และเหตุสุดวิสัย ในกรณีที่ระบบส่งไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ (โดยกําหนดเท่ากับกําลังผลิตของโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของระบบ(N-1))
ทำไม กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในอนาคตจึงค่อนข้างสูง
          สาเหตุที่กำลังผลิตสำรองสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 15 ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นรอยต่อของ PDP2010 มาเป็น PDP2015(2558-2579) ซึ่งสมมุติฐานในการจัดทำมีความแตกต่างกัน ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่
  • การปรับลดพยากรณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP)ของสภาพัฒน์ จากร้อยละ 4.5 เหลือ 3.94
  • การปรับเพิ่มเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน จาก 29,383 ล้านหน่วย เป็น 89,672 ล้านหน่วย
  • การมีกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเอกชนที่ผูกพันตามสัญญา
  • การจัดทำโครงการโรงไฟฟ้าภาคใต้ เพื่อให้มีกำลังผลิตในพื้นที่เพียงพอ ตามมาตรฐานความมั่นคงในระบบไฟฟ้า
         อย่างไรก็ตาม แผน PDP2015 ได้ลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากแผนเดิมถึง 10,000 Glossary Link เมกะวัตต์ หรือลดลงปีละ 500 Glossary Link เมกะวัตต์ โดยที่ความต้องการไฟฟ้าในอนาคต จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.67 หรือปีละ 981 เมกะวัตต์ ดังนั้น กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่อาจสูงถึงร้อยละ 39 ในปี 2568 จะเริ่มลดลงจนเหลือร้อยละ 15 ในปี 2575 แต่หากเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ รวมทั้ง การอนุรักษ์พลังงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรอง ไม่สูงอย่างที่วิตกกังวล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการติดตามและปรับแผน PDP เป็นระยะๆ ตามสถานการณ์





วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558



การขนส่งถ่านหินสู่โรงไฟฟ้ากระบี่ 

ความใส่ใจต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม


           กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญของวาระกระบี่โดยเฉพาะเรื่อง Krabi go green ดังนั้นการออกแบบของโรงไฟฟ้าและการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรัดกุมและรอบคอบ อีกทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกคือการขนส่งถ่านหินมายังโรงไฟฟ้า จนได้ข้อสรุปที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบการขนส่ง ตั้งแต่การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ของการขนส่งและท่าเทียบเรือ
ถ่านหิน
         การเดินเรือ ขนส่งถ่านหินขนาด 10,000 ตัน จากต่างประเทศมายังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ใช้เรือขนส่งถ่านหินระบบปิดจำนวนไม่เกินวันละ 2 ลำ และใช้ทางเดินเรือเดียวกันกับ เรือขนส่งน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน เส้นทางนี้ห่างจากจุดดำน้ำและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกระบี่ อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเล ปะการัง และพะยูน
         ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วและการขนถ่ายถ่านหินจากเรือผ่านสายพานลำเลียงไปยัง โรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกแบบเป็นระบบปิดทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ทำให้ทะเลเกิดการปนเปื้อนจากถ่านหิน อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อาหารทะเล การประกอบอาชีพประมงและวิถีชุมชน

http://www.go-nextgreen.com/index.php/content/index/id/37

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ใครเป็นคนกำหนดค่าไฟฟ้า?

         ไฟฟ้าที่เราใช้ในแต่ละวัน ถือเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน ที่เรามักจะเรียกว่า "ค่าไฟฟ้า" ค่าใช้จ่ายมากหรือน้อยเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับบริมาณการใช้กระแสไฟฟ้า
          เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ใครคือคนที่กำหนดค่าไฟฟ้า และมีขั้นตอนกำหนดค่าไฟฟ้าอย่างไร และต้นทุกของพลังงานที่นำมาผลิตกนะแสไฟฟ้าแต่ละประเภทมีต้นทุนเท่าไร?


ที่มา: http://www.go-nextgreen.com/index.php/content/index/id/5

TAG: 


แผงควบคุมไฟฟ้าภายในบ้าน

          ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชิวิตประจำวัน ทุกครัวเรือน บริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ล้วนมีแต่ต้องการใช้ไฟฟ้า การเดินสายไฟหรือต่อวงจรจำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านไฟฟ้าด้วย แต่วงจรไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

ที่มา: http://www.go-nextgreen.com/index.php/content/index/id/2

TAG: 

การช่วยเหลือผู้ที่ประสบอันตรายจากไฟฟ้า

           ไฟฟ้านอกจากจะให้ประโยชน์ด้านสาธารณูปโภคที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ไฟฟ้ายังมีความอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอีกด้วย การใช้ไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีความระมัดระวังมาก
           แต่ไม่ว่าจะมีความระมัดระวังเท่าใด อุบัติเหตุก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจควบคุมได้ หากเกิดอุบัติเหตุได้รับอันตรายจากไฟฟ้า เราจะรับมือด้วยวิธีใด


ที่มา:http://www.go-nextgreen.com/index.php/content/index/id/1

TAG: 

โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ใช้อะไรเป็นเชื้อเพลิง?

โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ใช้อะไรเป็นเชื้อเพลิง?

ถ่านหิน ที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า สามารถใช้ได้ทั้ง ลิกไนท์ ซับบิทูมินัส และบิทูมินัส ทั้งนี้ขึ้นกับแหล่งของถ่านหิน 

ลิกไนท์

- จัดเป็นถ่านหินคุณภาพปานกลาง เนื่องจากมีความชื้นสูง
- สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าได้ แต่ควรเป็นโรงไฟฟ้าใกล้เหมืองเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง
- ลิกไนท์บางแหล่งอาจมีสารอนินทรีย์ซึ่งไม่เผาไหม้สูง เมื่อสันดาปจะเกิดเป็นเถ้าหากเป็นเถ้าลอย จะฟุ้งกระจาย สามารถดักจับด้วยถุงกรอง (Bag Filter) หรือ ระบบตกตะกอนไฟฟ้าสถิต (ESP)
- หากเป็นแหล่งที่มีซัลเฟอร์สูง ก็สามารถแก้ปัญหาด้วย
การติดตั้งระบบดักจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD)

- หากมีเถ้าสูง ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วย
การติดตั้งระบบดักจับฝุ่น (ESP หรือ Filter Bag) 

บิทูบินัสและซับบิทูมินัส

- จัดเป็นถ่านหินคุณภาพสูง เนื่องจากมีความชื้นต่ำ

- เหมาะใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าหรือผลิตความร้อนในอุตสาหกรรม
ทั้งใกล้และไกลเหมือง

- บิทูมินัสและซับบิทูมินัสบางแหล่งอาจมีซัลเฟอร์สูง แต่แหล่งที่ไทยนำเข้า (อินโดนีเซียและออสเตรเลีย) มีซัลเฟอร์ต่ำ จึงสามารถใช้ซับบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า และ/หรือ ผลิตความร้อนในอุตสาหกรรม โดยปล่อย SO น้อยมาก

 


ที่มา: http://www.go-nextgreen.com/index.php/content/index/id/11

TAG: