วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การขนส่งถ่านหินกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลมากน้อยแค่ไหน?

ถ่านหิน

            ยุคโลกไร้พรมแดนทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างง่ายดายด้วยปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งข่าวสารในแต่ละวันที่มีมาจากหลากหลายแหล่งข่าว มีทั้งข่าวสารที่เป็นจริงเชื่อถือได้และข่าวสารที่เป็นเพียงกระแส ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลที่มีความเป็นจริงถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันความไม่รู้และความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในสังคม นี่คือส่วนหนึ่งของความเป็นจริงที่ถูกต้องของการขนส่งถ่านหินทางทะเลมายังโครงการโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด จังหวัดกระบี่



          - เรือขนส่งที่ใช้ออกแบบเป็นเรือบรรทุกถ่านหินระบบปิด แบบมีเครื่องยนต์ในตัว ขนาด 10,000 ตัน กินน้ำลึกสูงสุด 5.5 เมตร แต่จะบรรทุกถ่านหินประมาณ 8,000 ตัน กินน้ำลึกประมาณ 4.5 เมตร โดยมีความยาวตลอดลำเรือ 120 เมตร และความกว้างของลำเรือ 30 เมตร
          - การขนส่งถ่านหินจะทำการขนส่งตรงจากแหล่งถ่านหินในต่างประเทศถึงท่าเทียบเรือ บ้านคลองรั้ว จังหวัดกระบี่ โดยไม่มีการขนถ่ายถ่านหินกลางทะเล ประกอบกับการออกแบบเรือเป็นระบบปิด จึงสามารถป้องกันไม่ให้ถ่านหินร่วงหล่นลงสู่ทะเลได้ตลอดเส้นทางการเดินเรือ
          - การขนส่งถ่านหินมีมาตรการป้องกันการร่วงหล่น และการฟุ้งกระจายอย่างเคร่งครัด สำหรับการลำเลียงถ่านหินจากเรือก็เป็นระบบปิดทั้งหมด ดังนั้นโอกาสที่ถ่านหินจะร่วงหล่นลงน้ำ หรือการฟุ้งกระจายออกมาสู่บรรยากาศจึงไม่มี ในกรณีที่ถ่านหินตกลงไปในทะเลจะไม่ทำให้สัตว์น้ำหรือปลาตาย เนื่องจากถ่านหินมีคุณสมบัติเป็นของแข็งไม่ละลายน้ำ จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของน้ำทะเล ไม่ทำให้สัตว์น้ำตายและไม่กระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์
          - สำหรับปริมาณน้ำเสียที่ปล่อยจากเรือ ได้มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียบนเรืออยู่แล้ว และไม่มีการระบายน้ำเสียลงสู่ทะเล ดังนั้น จึงไม่มีผลกระทบจากน้ำเสียของเรือ
          - เรือบรรทุกถ่านหิน เป็นเรือระบบปิด หากจมลงจะไม่มีการรั่วไหลของถ่านหินออกมากระทบต่อสภาพแวดล้อม อย่างไรก็ตามหากถ่านหินตกลงสู่แหล่งน้ำที่มีสภาพเป็นด่าง เช่น ในบริเวณชายฝั่ง หรือบริเวณทะเลเปิด โลหะหนักที่เป็นองค์ประกอบของถ่านหิน ซึ่งอยู่ในรูปของออกไซด์จะไม่ละลายออกมา

การเดินเรือขนส่งถ่านหินจะกระทบต่อการทำประมลและการสัญจรทางน้ำหรือไม่?
          การเดินเรือจะใช้ร่องน้ำปากคลองศรีบอยาที่ใช้ขนส่งน้ำมันเตาของ กฟผ. ในปัจจุบัน โดยไม่มีการขุดลอกร่องน้ำ ซึ่งการนำเรือเข้าร่องน้ำ จะต้องรอให้มีระดับน้ำตามมาตราน้ำบริเวณปากน้ำกระบี่ของกรมอุทกศาสตร์กองทัพ เรือ เฉพาะเวลากลางวัน ซึ่งมีน้ำสูงเพียงพอที่เรือสามารถผ่านร่องน้ำศรีบอยาได้ โดยจะมีการเดินเรือเพียงวันละ 2 ลำ นอกจากนี้ยังมีมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบดังนี้
          - กำหนดให้มีการเดินเรือในช่วงเวลาที่น้ำขึ้นและให้ละเว้นการเดินเรือในขณะที่น้ำลงต่ำสุด
          - กำหนดความเร็วในการเดินเรือไม่ให้เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดการเกิดตะกอนในทะเลและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเรือประมง และเรือประจำทาง
          - ให้ผู้บริหารท่าเรือทำป้ายประกาศบริเวณทางเข้าท่าเทียบเรือโดยประกาศเวลาที่ เรือบรรทุกถ่านหินจะเข้า-ออก ท่าเทียบเรือ เพื่อให้เรือประมงและเรือท่องเที่ยวทราบก่อนล่วงหน้า

มาตรการด้านความปลอดภัยในการเดินเรือขนถ่ายถ่านหินเป็นอย่างไร?
          - ติดตั้งทุ่นเพื่อแสดงแนวเขตร่องเดินเรือ
          - จัดเจ้าหน้าที่คอยควบคุมและให้สัญญาณในการเดินเรือเข้า-ออกในเขตท่าเทียบเรือ
          - จัดให้มีเรือสนับสนุนและแจ้งเตือน เพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีเรือเล็กแล่นเข้ามาใกล้ในระหว่างที่มีการเข้า-ออก ของเรือลำเลียงถ่านหิน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เรือเล็กและผู้สัญจรทางน้ำ
          - การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการติดตามตรวจสอบการดำเนินงาน

หากเรือบรรทุกถ่านหินล่มจะทำอย่างไร?
          - มีการเตรียมแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับ โดยจะจัดวางทุ่นเป็นการบอกตำแหน่งที่เรือจม จัดทีมพร้อมเครื่องมือสำหรับกู้เรือและขนย้ายถ่านหินออกจากเรือที่จมและมี ประดาน้ำทำการอุดหรือปะรอยรั่วก่อนทำการลากจูงไปยังอู่เรือเพื่อดำเนินการ ซ่อมแซม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น